HMS Vanguard (23)


HMS Vanguard in 1953. The last battleship launched in the world.

เรือประจัญบานที่ถูกสร้างเสร็จเป็นลำสุดท้ายของโลก เรือประจัญบานเคลื่อนที่เร็ว เอชเอ็มเอส เเวนการ์ด (23) เเห่งราชนาวีอังกฤษ ที่อยู่ในช่วงของปีค.ศ.1953
ขอขอบคุณภาพขาวดำต้นฉบับจาก : https://cdn.drivemag.net/…/HMS-Vanguard-4-6352-default-larg…
 @Tao 

Iowa-class battleship


The four Iowa-class ships operating as Battleship Division 2 off the Virginia Capes in 1954; from front to back is IowaWisconsinMissouri and New Jersey

ภาพถ่ายร่วมกันของ 4 พี่น้องเรือประจัญบานในชุดไอโอว่า ที่ภายในภาพนี้ตามลำดับจากหน้าไปหลัง นั้นจะประกอบไปด้วยเรือประจัญบาน ยูเอสเอส ไอโอว่า (บีบี-61) ยูเอสเอส วิสคอนซิ่น (บีบี-64) ยูเอสเอส มิสซูรี่ (บีบี-63) เเละ ยูเอสเอส นิว เจอร์ซี่ย์ (บีบี-62) ที่บริเวณเเหลมเวอร์จิเนีย เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ.1954

ขอขอบคุณภาพขาวดำต้นฉบับจาก :https://goo.gl/Nr11tS

 @Tao 

German battleship Scharnhorst (1939)


German battleship Scharnhorst
เรือลาดตระเวนประจัญบานชาร์นฮอร์สต์ ที่ได้เป็นเรือลำเเรกในชุดของเรือลาดตระเวนประจัญบานชาร์นฮอร์สต์ ที่ตามมาด้วยเรือลาดตระเวนประจัญบานไกน์เซเนาด้วยอีกหนึ่งลำ
ชาร์นฮอร์สต์ ได้ทำการวางกระดูกงูเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ.1935 โดยบริษัทครีกส์มารีนเวร์ฟท์ ที่วิลเฮมส์ฮาเว่น เเละได้ขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ.1939 ที่นับว่าเป็นเรือรบหุ้มเกราะที่มีหมู่ปืนหลักขนาด 11 นิ้วเเบบเเฝด3 ถืง 3 เเท่น ที่ในอนาคตนั้นมีเเผนการที่จะเปลี่ยนไปเป็นเเบบเเท่นคู่ขนาด 15 นิ้วเเทนเเต่ก็ไม่ได้รับการดำเนินการเเต่อย่างใด
ชาร์นฮอร์สต์และไกน์เซเนา ได้ออกปฏิบัติการร่วมกัน ในช่วงต้นๆ ของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อเข้าโจมตี เหล่าเรือพาณิชย์ของอังกฤษ ซึ่งในระหว่างช่วงต้นๆของการปฏิบัติการ ชาร์นฮอร์สต์ ก็สามารถจมเรือพาณิชย์ติดอาวุธ เอชเอ็มเอส ราวัลปินดี ลงได้ในช่วงของเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1939
ในช่วงระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน ของปีค.ศ.1940 ทั้งชาร์นฮอร์สต์ และไกน์เซเนา ก็ได้ร่วมรบในปฏิบัติการแวร์เซอร์รีบุง ที่นอร์เวย์ เเละในระหว่างปฏิบัติการอยู่ที่นั่น เรือทั้ง 2 ก็ได้เข้าประจัญบานกับ เรือลาดตระเวนประจัญบาน เอชเอ็มเอส รีนาว์น และสามารถจมเรือบรรทุกเครื่องบิน เอชเอ็มเอส กลอเรียส ที่ยิ่งไปกว่านั้น ชาร์นฮอร์สต์ ยังสามารถเข้าต่อกรกับ เรือพิฆาต เอชเอ็มเอส อาคัสต้า เเละ เอชเอ็มเอส อาร์เดนท์ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจากการปฏิบัติการในครั้งนี้ส่งผลให้ ชาร์นฮอร์สต์ ได้รับการบันทึกว่า เป็นเรือรบที่สามารถยิงโดนเรือรบของฝ่ายข้าศึกได้ไกลที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยระยะทางจาก ชาร์นฮอร์สต์ จนถึง เอชเอ็มเอส กลอเรียส ประมาณ 26,400 หลา เลยทีเดียว
ในช่วงต้นๆปีค.ศ.1942 หลังจากเยอรมันถูกโจมตีอย่างหนักโดยฝ่ายอังกฤษ เรือทั้ง2ก็ได้เข้าร่วมกันปฏิบัติการโจมตีในบริเวณช่องเเคบอังกฤษ จากพื้นที่ครอบครองของฝรั่งเศสมาจนถึงเยอรมัน
ในปีค.ศ.1943 ชาร์นฮอร์สต์ก็ได้ปฏิบัติการร่วมกับเรือประจัญบานเทียร์พิตซ์ พร้อมกับเรือพิฆาตอีกหลายลำ ที่นอร์เวย์ เพื่อเข้าสกัดกั้นและทำลาย กองเรือของฝ่ายพันธมิตรที่เดินทางมุ่งหน้าไปยังสหภาพโซเวียต
ท้ายที่สุดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ.1943 ในยุทธนาวีที่นอร์ธเคป ฝ่ายกองเรือเยอรมันที่ประกอบไปด้วย ชาร์นฮอร์สต์ เเละเหล่าเรือพิฆาตอีกไม่กี่ลำ ก็ได้ถูกกองเรือลาดตระเวนของฝ่ายอังกฤษเข้าสกัดกั้น ที่ในขณะนั้น ชาร์นฮอร์สต์ ถือว่าเป็นเป้าหมายหลักของฝ่ายราชนาวีอังกฤษในขณะนั้น เเละซึ่งจากการระดมยิงของเรือประจัญบาน เอชเอ็มเอส ดยุก ออฟ ยอร์ก เเละเหล่ากองเรือรบที่ติดตามมา ส่งผลให้ในที่สุด ณ เวลา 19:45 น. ชาร์นฮอร์สต์ ก็ได้จมลงพร้อมๆกับลูกเรือกว่า 1,968 นาย ที่มีลูกเรือเพียง 36 ชีวิตเท่านั้นที่สามารถรอดชีวิตจากจมของเรือลาดตระเวนประจัญบานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือเยอรมัน
เป็นภาพของเรือลาดตระเวนประจัญบานชาร์นฮอร์สต์ ในช่วงของปีค.ศ.1939
ขอขอบคุณภาพขาวดำต้นฉบับจาก : http://www.german-navy.de/pics/postcards/scharnhorst_002.jpg
 @Tao 

Italian battleship Littorio (1941)


เรือประจัญบาน ลิตตอริโอ้ เเห่งกองทัพเรืออิตาลี ในช่วงของปีค.ศ.1941
ขอขอบคุณภาพขาวดำต้นฉบับจาก : https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/564x/9e/0e/b5/9e0eb5f2c3ea177ba7cc7e241f1b4eb0.jpg
 @Tao