![]() |
Japanese cruiser Sakawa, Sasebo, Kyushu, Japan, 15 October 1945.
เรือลาดตระเวนเบาลำดับสุดท้ายเเห่งชั้นอากาโนะ เรือลาดตระเวนเบาซาคาวะ ขณะทอดสมออยู่ที่ฐานทัพเรือซะเซะโบะ ในวันที่ 15 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1945
ภาพขาวดำต้นฉบับจาก : https://goo.gl/yQqiwS
//@Iwato A.K.A @Hata//
|
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Cruiser เรือลาดตระเวน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Cruiser เรือลาดตระเวน แสดงบทความทั้งหมด
Japanese cruiser Sakawa 酒匂 (軽巡洋艦)
Royal Thai Navy Naval Review 1954
Japanese cruiser Yura 由良 (軽巡洋艦)
![]() |
Japanese cruiser Yura, 1938 in camouflage
เรือลาดตระเวนเบายูระ ในเเบบลายพราง ที่อยูในช่วงของปีค.ศ.1938
ขอขอบคุณภาพขาวดำต้นฉบับจาก : https://goo.gl/IxMQQ3
|
German battleship Scharnhorst (1939)
![]() |
German battleship Scharnhorst
เรือลาดตระเวนประจัญบานชาร์นฮอร์สต์ ที่ได้เป็นเรือลำเเรกในชุดของเรือลาดตระเวนประจัญบานชาร์นฮอร์สต์ ที่ตามมาด้วยเรือลาดตระเวนประจัญบานไกน์เซเนาด้วยอีกหนึ่งลำ
ชาร์นฮอร์สต์ ได้ทำการวางกระดูกงูเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ.1935 โดยบริษัทครีกส์มารีนเวร์ฟท์ ที่วิลเฮมส์ฮาเว่น เเละได้ขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ.1939 ที่นับว่าเป็นเรือรบหุ้มเกราะที่มีหมู่ปืนหลักขนาด 11 นิ้วเเบบเเฝด3 ถืง 3 เเท่น ที่ในอนาคตนั้นมีเเผนการที่จะเปลี่ยนไปเป็นเเบบเเท่นคู่ขนาด 15 นิ้วเเทนเเต่ก็ไม่ได้รับการดำเนินการเเต่อย่างใด
ชาร์นฮอร์สต์และไกน์เซเนา ได้ออกปฏิบัติการร่วมกัน ในช่วงต้นๆ ของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อเข้าโจมตี เหล่าเรือพาณิชย์ของอังกฤษ ซึ่งในระหว่างช่วงต้นๆของการปฏิบัติการ ชาร์นฮอร์สต์ ก็สามารถจมเรือพาณิชย์ติดอาวุธ เอชเอ็มเอส ราวัลปินดี ลงได้ในช่วงของเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1939
ในช่วงระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน ของปีค.ศ.1940 ทั้งชาร์นฮอร์สต์ และไกน์เซเนา ก็ได้ร่วมรบในปฏิบัติการแวร์เซอร์รีบุง ที่นอร์เวย์ เเละในระหว่างปฏิบัติการอยู่ที่นั่น เรือทั้ง 2 ก็ได้เข้าประจัญบานกับ เรือลาดตระเวนประจัญบาน เอชเอ็มเอส รีนาว์น และสามารถจมเรือบรรทุกเครื่องบิน เอชเอ็มเอส กลอเรียส ที่ยิ่งไปกว่านั้น ชาร์นฮอร์สต์ ยังสามารถเข้าต่อกรกับ เรือพิฆาต เอชเอ็มเอส อาคัสต้า เเละ เอชเอ็มเอส อาร์เดนท์ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจากการปฏิบัติการในครั้งนี้ส่งผลให้ ชาร์นฮอร์สต์ ได้รับการบันทึกว่า เป็นเรือรบที่สามารถยิงโดนเรือรบของฝ่ายข้าศึกได้ไกลที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยระยะทางจาก ชาร์นฮอร์สต์ จนถึง เอชเอ็มเอส กลอเรียส ประมาณ 26,400 หลา เลยทีเดียว
ในช่วงต้นๆปีค.ศ.1942 หลังจากเยอรมันถูกโจมตีอย่างหนักโดยฝ่ายอังกฤษ เรือทั้ง2ก็ได้เข้าร่วมกันปฏิบัติการโจมตีในบริเวณช่องเเคบอังกฤษ จากพื้นที่ครอบครองของฝรั่งเศสมาจนถึงเยอรมัน
ในปีค.ศ.1943 ชาร์นฮอร์สต์ก็ได้ปฏิบัติการร่วมกับเรือประจัญบานเทียร์พิตซ์ พร้อมกับเรือพิฆาตอีกหลายลำ ที่นอร์เวย์ เพื่อเข้าสกัดกั้นและทำลาย กองเรือของฝ่ายพันธมิตรที่เดินทางมุ่งหน้าไปยังสหภาพโซเวียต
ท้ายที่สุดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ.1943 ในยุทธนาวีที่นอร์ธเคป ฝ่ายกองเรือเยอรมันที่ประกอบไปด้วย ชาร์นฮอร์สต์ เเละเหล่าเรือพิฆาตอีกไม่กี่ลำ ก็ได้ถูกกองเรือลาดตระเวนของฝ่ายอังกฤษเข้าสกัดกั้น ที่ในขณะนั้น ชาร์นฮอร์สต์ ถือว่าเป็นเป้าหมายหลักของฝ่ายราชนาวีอังกฤษในขณะนั้น เเละซึ่งจากการระดมยิงของเรือประจัญบาน เอชเอ็มเอส ดยุก ออฟ ยอร์ก เเละเหล่ากองเรือรบที่ติดตามมา ส่งผลให้ในที่สุด ณ เวลา 19:45 น. ชาร์นฮอร์สต์ ก็ได้จมลงพร้อมๆกับลูกเรือกว่า 1,968 นาย ที่มีลูกเรือเพียง 36 ชีวิตเท่านั้นที่สามารถรอดชีวิตจากจมของเรือลาดตระเวนประจัญบานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือเยอรมัน
เป็นภาพของเรือลาดตระเวนประจัญบานชาร์นฮอร์สต์ ในช่วงของปีค.ศ.1939
ขอขอบคุณภาพขาวดำต้นฉบับจาก : http://www.german-navy.de/pics/postcards/scharnhorst_002.jpg
|
USS Indianapolis (CA-35)
![]() |
Indianapolis off Mare Island, on 10 July 1945.
ยูเอสเอส อินเดียแนโพลิส (ซีเอ-35) เป็นเรือลาดตระเวนหนักลำที่2ในชุดพอร์ตแลนด์ของกองทัพเรือสหรัฐฯที่มีเเค่เพียง2ลำเท่านั้น โดยได้รับตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เมืองอินเดียแนโพลิส รัฐอินดีแอน่า ที่ได้รับการขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.1932
เรือลำนี้เคยได้เป็นเรือธงของพลเรือเอก เรมอนด์ สปรูแอนซ์ ในช่วงระหว่างที่เขาเป็นผู้บัญชาการกองเรือที่5เเห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ในการรบที่มหาสมุทรแปซิฟิกกลาง เเละยังเคยได้ร่วมในหลายๆปฏิบัติการในการรบที่หมู่เกาะโซโลมอน ในช่วงระหว่างปีค.ศ.1942-1944 จนกระทั่งเรือลำนี้ได้เดินทางกลับไปยังที่เกาะเเมร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อทำการปรับปรุงเเละซ่อมเเซม
ท้ายที่สุด เรือลำนี้ที่ได้รับภารกิจในการขนส่งระเบิดปรมาณู ลิตเติ้ล บอย ที่เป็นระเบิดปรมาณูลูกเเรกที่จะใช้ในการโจมตีจักรวรรดิญี่ปุ่นที่ฮิโรชิมะ จากเพิร์ล ฮาร์เบอร์ไปยังฐานทัพอากาศของสหรัฐฯที่ทีเนียน เเต่ ณ ช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนของวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ.1945 ในระหว่างเส้นทางสู่ฟิลิปปินส์นั้น เรือได้ถูกโจมตีจากเรือดำน้ำของจักรวรรดิญี่ปุ่น อิ-58 ด้วยจรวดตอร์ปิโดจำนวน 2 ลูก เข้าที่บริเวณส่วนหัวเรือเเละกลางลำเรือที่ส่งผลให้เรือจมลงภายในเวลาเพียง 12 นาที พร้อมๆกับลูกเรืออีกกว่า 300 ชีวิตจากลูกเรือจำนวนทั้งหมด 1,196 นาย ในขณะที่ลูกเรืออีกกว่า 900 นายที่รอดชีวิตอยู่ก็ต้องเผชิญหน้ากับสภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิต่ำเกินไป การขาดน้ำ การถูกพิษจากน้ำเค็ม และการโจมตีจากฉลาม เเละในขณะที่กำลังลอยตัวอยู่ด้วยเรือชูชีพนั้นก็เเทบจะไม่มีอาหารและน้ำอีกเลย ส่งผลให้ลูกเรือที่เหลืออยู่นั้นได้เรียนรู้ถึงวิธีในการเอาชีวิตรอดกลางทะเล หลังจากนั้นในอีก 4 วันต่อมา ลูกเรือที่รอดชีวิตทั้งหมดก้ได้ถูกตรวจพบโดยเครื่องบินลาดตระเวนเเละทิ้งระเบิดเเบบ พีวี-1 เวนทูร่า ที่สุดท้ายก็มีลูกเรือเพียง 317 นายเท่านั้นที่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้เเละรับการช่วยเหลือจากการจมในครั้งนี้ ที่นับว่าเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กองทัพเรือสหรัฐฯจากการจมของเรือรบเพียงลำเดียวในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่2
เป็นภาพของเรือลาดตระเวนหนัก ยูเอสเอส อินเดียแนโพลิส (ซีเอ-35) ในลายพรางเเบบมีเชอร์ 22 ที่เกาะเเมร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ.1945
ขอขอบคุณภาพขาวดำต้นฉบับจาก : https://goo.gl/6txOyF
|
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




