แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Cruiser เรือลาดตระเวน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Cruiser เรือลาดตระเวน แสดงบทความทั้งหมด

Japanese cruiser Sakawa 酒匂 (軽巡洋艦)


Japanese cruiser Sakawa, Sasebo, Kyushu, Japan, 15 October 1945.

เรือลาดตระเวนเบาลำดับสุดท้ายเเห่งชั้นอากาโนะ เรือลาดตระเวนเบาซาคาวะ ขณะทอดสมออยู่ที่ฐานทัพเรือซะเซะโบะ ในวันที่ 15 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1945
ภาพขาวดำต้นฉบับจาก : https://goo.gl/yQqiwS
//@Iwato A.K.A @Hata//

Royal Thai Navy Naval Review 1954


ภาพในพิธีการสวนสนามทางเรือตามเเบบสากลเป็นครั้งเเรกของราชนาวีไทย เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.1954 ณ บริเวณหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี โดยการสวนสนามทางเรือในครั้งนี้ได้จัดเป็นกองเรือฝึกที่ประกอบด้วยเรือหลวง ที่มีจำนวนถึง 45 ลำ โดยมีจอมพลเรือ หลวงยุทธศาสตร์โกศล (ประยูร ยุทธศาสตร์โกศล) ขณะที่มียศเป็น พลเรือเอก ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้บังคับกองเรือฝึกและมี พลเรือเอก หลวงชำนาญ อรรถยุทธ์ (เอื้อน กุลไกรเวส) ขณะที่มียศเป็น พลเรือโท ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นรองผู้บังคับกองเรือฝึก โดยใช้วิธีสวนสนามทางเรือด้วยการจัดกองเรือเเบ่งออกเป็น 4 หมวด เเละแบ่งกระบวนทัพเรือออกเป็น 2 แถว โดยมี ร.ล.แม่กลอง เป็นเรือตรวจพลสวนสนามโดยที่จอมพลเรือ ป.พิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้นเป็นประธานการตรวจพล และยังมีเครื่องบินจากกองทัพอากาศบินผ่านร่วมตรวจพลด้วยในพิธีสวนสนามทางเรือครั้งนี้

ขอขอบคุณภาพขาวดำต้นฉบับจาก : https://goo.gl/UFjXw6
 @Tao 

Japanese cruiser Yura 由良 (軽巡洋艦)


Japanese cruiser Yura, 1938  in camouflage

เรือลาดตระเวนเบายูระ ในเเบบลายพราง ที่อยูในช่วงของปีค.ศ.1938
ขอขอบคุณภาพขาวดำต้นฉบับจาก : https://goo.gl/IxMQQ3
 @Tao 

German battleship Scharnhorst (1939)


German battleship Scharnhorst
เรือลาดตระเวนประจัญบานชาร์นฮอร์สต์ ที่ได้เป็นเรือลำเเรกในชุดของเรือลาดตระเวนประจัญบานชาร์นฮอร์สต์ ที่ตามมาด้วยเรือลาดตระเวนประจัญบานไกน์เซเนาด้วยอีกหนึ่งลำ
ชาร์นฮอร์สต์ ได้ทำการวางกระดูกงูเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ.1935 โดยบริษัทครีกส์มารีนเวร์ฟท์ ที่วิลเฮมส์ฮาเว่น เเละได้ขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ.1939 ที่นับว่าเป็นเรือรบหุ้มเกราะที่มีหมู่ปืนหลักขนาด 11 นิ้วเเบบเเฝด3 ถืง 3 เเท่น ที่ในอนาคตนั้นมีเเผนการที่จะเปลี่ยนไปเป็นเเบบเเท่นคู่ขนาด 15 นิ้วเเทนเเต่ก็ไม่ได้รับการดำเนินการเเต่อย่างใด
ชาร์นฮอร์สต์และไกน์เซเนา ได้ออกปฏิบัติการร่วมกัน ในช่วงต้นๆ ของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อเข้าโจมตี เหล่าเรือพาณิชย์ของอังกฤษ ซึ่งในระหว่างช่วงต้นๆของการปฏิบัติการ ชาร์นฮอร์สต์ ก็สามารถจมเรือพาณิชย์ติดอาวุธ เอชเอ็มเอส ราวัลปินดี ลงได้ในช่วงของเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1939
ในช่วงระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน ของปีค.ศ.1940 ทั้งชาร์นฮอร์สต์ และไกน์เซเนา ก็ได้ร่วมรบในปฏิบัติการแวร์เซอร์รีบุง ที่นอร์เวย์ เเละในระหว่างปฏิบัติการอยู่ที่นั่น เรือทั้ง 2 ก็ได้เข้าประจัญบานกับ เรือลาดตระเวนประจัญบาน เอชเอ็มเอส รีนาว์น และสามารถจมเรือบรรทุกเครื่องบิน เอชเอ็มเอส กลอเรียส ที่ยิ่งไปกว่านั้น ชาร์นฮอร์สต์ ยังสามารถเข้าต่อกรกับ เรือพิฆาต เอชเอ็มเอส อาคัสต้า เเละ เอชเอ็มเอส อาร์เดนท์ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจากการปฏิบัติการในครั้งนี้ส่งผลให้ ชาร์นฮอร์สต์ ได้รับการบันทึกว่า เป็นเรือรบที่สามารถยิงโดนเรือรบของฝ่ายข้าศึกได้ไกลที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยระยะทางจาก ชาร์นฮอร์สต์ จนถึง เอชเอ็มเอส กลอเรียส ประมาณ 26,400 หลา เลยทีเดียว
ในช่วงต้นๆปีค.ศ.1942 หลังจากเยอรมันถูกโจมตีอย่างหนักโดยฝ่ายอังกฤษ เรือทั้ง2ก็ได้เข้าร่วมกันปฏิบัติการโจมตีในบริเวณช่องเเคบอังกฤษ จากพื้นที่ครอบครองของฝรั่งเศสมาจนถึงเยอรมัน
ในปีค.ศ.1943 ชาร์นฮอร์สต์ก็ได้ปฏิบัติการร่วมกับเรือประจัญบานเทียร์พิตซ์ พร้อมกับเรือพิฆาตอีกหลายลำ ที่นอร์เวย์ เพื่อเข้าสกัดกั้นและทำลาย กองเรือของฝ่ายพันธมิตรที่เดินทางมุ่งหน้าไปยังสหภาพโซเวียต
ท้ายที่สุดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ.1943 ในยุทธนาวีที่นอร์ธเคป ฝ่ายกองเรือเยอรมันที่ประกอบไปด้วย ชาร์นฮอร์สต์ เเละเหล่าเรือพิฆาตอีกไม่กี่ลำ ก็ได้ถูกกองเรือลาดตระเวนของฝ่ายอังกฤษเข้าสกัดกั้น ที่ในขณะนั้น ชาร์นฮอร์สต์ ถือว่าเป็นเป้าหมายหลักของฝ่ายราชนาวีอังกฤษในขณะนั้น เเละซึ่งจากการระดมยิงของเรือประจัญบาน เอชเอ็มเอส ดยุก ออฟ ยอร์ก เเละเหล่ากองเรือรบที่ติดตามมา ส่งผลให้ในที่สุด ณ เวลา 19:45 น. ชาร์นฮอร์สต์ ก็ได้จมลงพร้อมๆกับลูกเรือกว่า 1,968 นาย ที่มีลูกเรือเพียง 36 ชีวิตเท่านั้นที่สามารถรอดชีวิตจากจมของเรือลาดตระเวนประจัญบานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือเยอรมัน
เป็นภาพของเรือลาดตระเวนประจัญบานชาร์นฮอร์สต์ ในช่วงของปีค.ศ.1939
ขอขอบคุณภาพขาวดำต้นฉบับจาก : http://www.german-navy.de/pics/postcards/scharnhorst_002.jpg
 @Tao 

USS Indianapolis (CA-35)


Indianapolis off Mare Island, on 10 July 1945.
ยูเอสเอส อินเดียแนโพลิส (ซีเอ-35) เป็นเรือลาดตระเวนหนักลำที่2ในชุดพอร์ตแลนด์ของกองทัพเรือสหรัฐฯที่มีเเค่เพียง2ลำเท่านั้น โดยได้รับตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เมืองอินเดียแนโพลิส รัฐอินดีแอน่า ที่ได้รับการขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.1932
เรือลำนี้เคยได้เป็นเรือธงของพลเรือเอก เรมอนด์ สปรูแอนซ์ ในช่วงระหว่างที่เขาเป็นผู้บัญชาการกองเรือที่5เเห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ในการรบที่มหาสมุทรแปซิฟิกกลาง เเละยังเคยได้ร่วมในหลายๆปฏิบัติการในการรบที่หมู่เกาะโซโลมอน ในช่วงระหว่างปีค.ศ.1942-1944 จนกระทั่งเรือลำนี้ได้เดินทางกลับไปยังที่เกาะเเมร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อทำการปรับปรุงเเละซ่อมเเซม

ท้ายที่สุด เรือลำนี้ที่ได้รับภารกิจในการขนส่งระเบิดปรมาณู ลิตเติ้ล บอย ที่เป็นระเบิดปรมาณูลูกเเรกที่จะใช้ในการโจมตีจักรวรรดิญี่ปุ่นที่ฮิโรชิมะ จากเพิร์ล ฮาร์เบอร์ไปยังฐานทัพอากาศของสหรัฐฯที่ทีเนียน เเต่ ณ ช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนของวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ.1945 ในระหว่างเส้นทางสู่ฟิลิปปินส์นั้น เรือได้ถูกโจมตีจากเรือดำน้ำของจักรวรรดิญี่ปุ่น อิ-58 ด้วยจรวดตอร์ปิโดจำนวน 2 ลูก เข้าที่บริเวณส่วนหัวเรือเเละกลางลำเรือที่ส่งผลให้เรือจมลงภายในเวลาเพียง 12 นาที พร้อมๆกับลูกเรืออีกกว่า 300 ชีวิตจากลูกเรือจำนวนทั้งหมด 1,196 นาย ในขณะที่ลูกเรืออีกกว่า 900 นายที่รอดชีวิตอยู่ก็ต้องเผชิญหน้ากับสภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิต่ำเกินไป การขาดน้ำ การถูกพิษจากน้ำเค็ม และการโจมตีจากฉลาม เเละในขณะที่กำลังลอยตัวอยู่ด้วยเรือชูชีพนั้นก็เเทบจะไม่มีอาหารและน้ำอีกเลย ส่งผลให้ลูกเรือที่เหลืออยู่นั้นได้เรียนรู้ถึงวิธีในการเอาชีวิตรอดกลางทะเล หลังจากนั้นในอีก 4 วันต่อมา ลูกเรือที่รอดชีวิตทั้งหมดก้ได้ถูกตรวจพบโดยเครื่องบินลาดตระเวนเเละทิ้งระเบิดเเบบ พีวี-1 เวนทูร่า ที่สุดท้ายก็มีลูกเรือเพียง 317 นายเท่านั้นที่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้เเละรับการช่วยเหลือจากการจมในครั้งนี้ ที่นับว่าเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กองทัพเรือสหรัฐฯจากการจมของเรือรบเพียงลำเดียวในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่2
เป็นภาพของเรือลาดตระเวนหนัก ยูเอสเอส อินเดียแนโพลิส (ซีเอ-35) ในลายพรางเเบบมีเชอร์ 22 ที่เกาะเเมร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ.1945
ขอขอบคุณภาพขาวดำต้นฉบับจาก : https://goo.gl/6txOyF
 @Tao